A2 การจัดประสบการณ์สุนทรียทางดนตรีและการเคลื่อนไหวสำหรับเด็กปฐมวัย
บันทึกสะท้อนความคิดเกี่ยวกับหลักการและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับการจัด สุนทรียะประสบการณ์ทางดนตรี และการเคลื่อนไหวสำหรับเด็กปฐมวัย
1.การจัดสุนทรียะประสบการณ์ทางดนตรี
และการเคลื่อนไหวสำหรับเด็กปฐมวัย
แนวคิดและหลักการในการจัดกิจกรรมดนตรีสำหรับเด็ก
ดนตรีจัดเป็นประสบการณ์การเรียนรู้ที่สำคัญมากอย่างหนึ่ง
ที่เด็กก่อนวัยเรียนควรจะได้รับจากกระบวนการเรียนการสอน
ไม่ว่าจะเป็นลักษณะของการจัดประสบการณ์ด้านคนตรี
โดยตรงให้กับผู้เรียนหรือการใช้คนตรีเพื่อช่วยเสริมการเรียนรู้ประสบการณ์ด้านอื่น
ๆ เช่น ด้านภาษา
ด้านสังคม หรือด้านพลศึกษา เป็นต้น ทั้งนี้เป็นเพราะว่า
คนตรีเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเด็ก และเป็นส่วนสำคัญที่สุดในการพัฒนาเด็กในช่วงปฐมวัย
คุณค่าที่สำคัญประการหนึ่งของดนตรี
คือดนตรีจะให้โอกาสเด็กได้แสดงออกอย่างเป็ดเผยโดยไม่มีความหวาดกลัว
หรืออิจฉาไม่สบายใจ ดนตรีเป็นส่วนหนึ่งของการร้องเพลง การตอบสนองทาง
ร่างกายต่อจังหวะ การมีส่วนร่วมในการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ การเล่นเครื่องดนตรี
และการฟังเพลงประสบการณ์ทางดนตรีจะสร้างความรักและความชื่นชมต่อดนตรี
โดยการให้เด็กมีส่วนในกิจกรรมทางดนตรี การจัดโครงการในการสอนดนตรีที่ดี ควรมีกิจกรรมและประสบการณ์ดนตรีที่หลากหลาย
ซึ่งจะทำให้เด็กปฐมวัยได้สนองความต้องการและความสนใจของตน
และดนตรียังเป็นการช่วยให้เด็กเข้าใจถึงวัฒนธรรมและผู้คนด้วย เด็กปฐมวัยควรมีโอกาสที่จะสำรวจดนตรีชนิดต่าง
ๆ ทั้งเพลงร่วมสมัย เพลงที่กำลังเป็นที่นิยม เพลง พื้นบ้าน เพลงไทยเดิม
และเพลงของชาติต่าง ๆ ทั่วโลก ครูควรเปิดโอกาสให้เด็กได้คิดทำนองให้สอดคล้อง
กับเพลงที่เขารู้จักมาก่อน เครื่องบันทึกเสียงจะช่วยได้มากในการอัดเพลงที่เด็กแต่งด้วยตัวเอง
เด็กทั่วไปมักจะชอบเสียงดนตรี จะเห็นได้ว่าเด็กเริ่มตั้งแต่วัยทารก
อยู่ในบรรยากาศของเพลงห์กล่อมของบิดา มารดา และผู้คนที่อยู่โดยรอบตัว
ธรรมชาติของเด็กเมื่อได้ยินเสียงเพลง ก็จะฟังอย่างตั้งใจ สีหน้าจะแสดงความรื่นรมย์
สบายอกสบายใจ อาจจะมีการขยับแขนขา ขยับมือขยับเท้า
โยกตัวไปมาตามจังหวะเพลงหรือดนตรี
สิ่งเหล่านี้เป็นไปตามอัตโนมัติอย่างแทบจะไม่ต้องสอนกันเลย
ณรุทธ์ สุทธจิตต์ (2532 : 32) กล่าวว่า
"คนตรี (MUSIC) คือ
ภาษาหนึ่งซึ่งใช้ถ่ายทอดความรู้สึกซึ้งภาษาในลักษณะอื่นไม่สามารถถ่ายทอดได้
แทนที่จะเป็นคำพูดหรือท่าทาง ดนตรีจะใช้เสียงและจังหวะเป็น
สื่อในการถ่ายทอดความรู้สึกโดยนัยแห่งภาษาที่คนใช้สื่อสารกัน
เด็กแรกเกิดจะเริ่มได้ยินเสียงต่าง ๆ ที่เขาไม่สามารถเข้าใจแม้กระนั้นก็ตามภายในสองสามปีให้หลังเด็กจะมีความเข้าใจในภาษาที่ใช้สื่อสาร
และภาษาดนตรี บิดา มารดา ครู
และผู้ที่อยู่กล้ชิดมีส่วนช่วยให้เด็กมีพัฒนาการทางคนตรีได้อย่างมาก
แนวคิดทฤษฎีการสอนดนตรี
1. Kodály Method (โคดายี) เน้นการ
ใช้เสียงร้องเป็นพื้นฐาน ก่อนเครื่องดนตรี ใช้เพลงพื้นบ้านหรือเพลงง่าย ๆ
ใกล้ตัวเด็ก ใช้ สัญญามือ (Hand Signs) ช่วยจำระดับเสียง เชื่อว่าเด็กเรียนดนตรีได้ดีที่สุดผ่านเสียงของตนเอง
จุดเด่น: ช่วยพัฒนาการฟัง จดจำเสียง และร้องอย่างถูกต้อง
2. Orff-Schulwerk Approach (ออร์ฟชูลเวิร์ก)
เน้นการเรียนรู้ดนตรีผ่าน การเคลื่อนไหว การพูด การร้อง
และการเล่นเครื่องดนตรีง่าย ๆ ใช้เครื่องดนตรี Orff เช่น
ไซโลโฟน กลองเล็ก ฉิ่ง ฉาบ เด็กได้ สร้างจังหวะเอง (improvisation) จุดเด่น: สร้างความสนุก เปิดโอกาสให้เด็กแสดงออกอย่างอิสระ
3. Dalcroze Eurhythmics (ดัลโครซ) ใช้
การเคลื่อนไหวของร่างกาย (Eurhythmics) เป็นเครื่องมือในการเรียนดนตรี
เด็กเดิน กระโดด วิ่งตามจังหวะ หรือเปลี่ยนท่าตามความดัง–เบา เร็ว–ช้า เชื่อมโยงประสาทสัมผัสกับจังหวะดนตรี
จุดเด่น: ช่วยพัฒนาการรับรู้จังหวะ การควบคุมร่างกาย และสมาธิ
หรรษา นิลวิเชียร (2535 : 1895) กล่าวว่า
กิจกรรมดนตรีเป็นศิลปะเชิงการแสดงออก (Expressive Ar) ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งดนตรีเป็นส่วนหนึ่งของความจริญงอกงามและการดำเนินชีวิตของมนุษย์
คนตรีเป็นประสบการณ์สำคัญส่วนหนึ่งของหลักสูตรปฐมวัย เด็กเรียนรู้การฟัง
การเคลื่อนไหว การร้องเพลง และการเล่นเครื่องดนตรีง่าย ๆ
ในห้องเรียนไปด้วยบรรยากาศที่ส่งเสริมทางด้านดนตรี
ดนตรีซึ่งอยู่ในรูปแบบของกิจกรรมต่าง ๆ
ช่วยให้เด็กได้พัฒนาความมั่นคงของอารมณ์ ความรู้สึกและทางด้านสังคม ช่วงวัยต้น
คนตรีทำให้เด็กรู้สึกพอใจจากการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างอื่น บางคนชอบฟังอย่างเดียว
และไม่ต้องการมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเคลื่อนไหวอื่น ๆ เลยก็เป็นไปได้
1. เพื่อจัดประสบการณ์ทางคนตรีที่หลากหลาย ซึ่งจะนำความสนุกสนาน และความพอใจให้กับเด็ก
2. เพื่อตระหนักและเตรียมประสบการณ์ทางดนตรี
ที่เหมาะสมให้กับเด็ก โดยเน้นเสริมสร้างประสบการณ์ ร่างกาย อารมณ์ สังคม
และสติปัญญา
3. ให้โอกาสเด็กให้ฟังเพลง สร้างเพลง
ร้องเพลง เคลื่อนไหวตามจังหวะ และทดลองเกี่ยวกับเสียง
4. ให้เด็กได้มีโอกาสได้รับประสบการณ์ทางดนตรี
โดยเน้นศิลปะการแสดงออก (action arts) แต่ไม่ใช่ศิลปะการแสดง
(perfoming arts) โดยเน้นความสนุกสนานจากการได้รับประสบการณ์ทางดนตรีมากกว่าคาดหวังผล
5. เพื่อแนะนำความคิดรวบยอดทางดนตรีและความเข้าใจทางดนตรีที่เหมาะสมกับวัยของเด็ก
6. เพื่อกระตุ้นและช่วยเหลือเด็กที่ส่อแววพรสวรรค์ทางดนตรี
ให้มีทักษะเพิ่มขึ้น
7. เพื่อจัดประสบการณ์ทางคนตรี
ซึ่งจะส่งเสริมการเรียนรู้ด้านอื่น ๆ เช่นด้าน ภาษา ทักษะการฟัง การแยกแยะเสียง
และความเข้าใจทางสังคม
8. เพื่อจัดสิ่งแวดล้อมซึ่งเด็กจะรู้สึกเป็นอิสระที่จะสำรวจและได้รับประสบการณ์ทางดนตรีที่หลากหลายซึ่งเป็นเพลงประจำชาติ
ประจำเผ่าพันธุ์
9. เพื่อให้เด็กได้มีโอกาสแสดงตัวตนผ่านดนตรีในบรรยากาศที่เป็นอิสระ และเป็นที่น่าไว้วางใจ ซึ่งเด็กจะมีโอกาสแสดงความคิดสร้างสรรค์ และความคิดหลากหลาย
2.เพลงและการเคลื่อนไหว
เพลงและการเคลื่อนไหวคือการใช้เสียงเพลง คำคล้องจอง จังหวะ และดนตรีประกอบการเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อส่งเสริมพัฒนาการรอบด้าน ทั้งร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม การทำกิจกรรมเหล่านี้ช่วยพัฒนาการประสานงาน การทรงตัว ความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ ทักษะการคิด และการควบคุมร่างกายการจัดประสบการณ์ให้เด็กฟัง ร้องเพลง เคลื่อนไหวตามจังหวะ เช่น เดิน กระโดด หมุน โยกตัว ตบมือ หรือแสดงท่าทางประกอบเพลง เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการลงมือทำและความเพลิดเพลิน พัฒนาทักษะการแก้ปัญหาและส่งเสริมการเติบโตทางปัญญา การแสดงออกในตัวเอง
ความสำคัญของเพลงและการเคลื่อนไหว
เพลงและการเคลื่อนไหวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาการรอบด้าน โดยช่วยส่งเสริมทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา และความคิดสร้างสรรค์ กิจกรรมเหล่านี้ส่งเสริมพัฒนาการกล้ามเนื้อทั้งมัดใหญ่และมัดเล็ก สร้างเสริมทักษะทางสังคมและอารมณ์อย่าง EQ พัฒนาความสามารถทางสติปัญญา กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ และช่วยให้เกิดนิสัยรักสุขภาพที่ดี
ด้านร่างกาย พัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่: การเต้น การกระโดด และการเคลื่อนไหวตามจังหวะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อแขน ขา และลำตัว พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก: การทำกิจกรรมที่ใช้นิ้วมือ เช่น เพลงโต้ตอบช่วยส่งเสริมการควบคุมกล้ามเนื้อมัดเล็ก ซึ่งเป็นพื้นฐานสำหรับการเขียนและการวาดภาพในอนาคต
ด้านอารมณ์และสังคม ส่งเสริมการแสดงออกทางอารมณ์: ช่วยให้เด็กได้ปลดปล่อยอารมณ์และความรู้สึกผ่านการเคลื่อนไหว
เสริมสร้างทักษะทางสังคม: การทำกิจกรรมเป็นกลุ่มช่วยสอนให้เด็กๆ ทำงานร่วมกัน แบ่งปัน และสร้างความสัมพันธ์ที่ดี พัฒนา EQ (ความฉลาดทางอารมณ์): การทำความเข้าใจอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นผ่านดนตรีและการเคลื่อนไหวช่วยเพิ่ม EQ ซึ่งส่งผลต่อความสุขและความสำเร็จในชีวิต
ด้านสติปัญญาและความคิดสร้างสรรค์ พัฒนาสติปัญญา: ดนตรีช่วยพัฒนาการเชื่อมโยงของสมองกับการประมวลผลเสียง และทักษะการฟังอย่างมีจุดมุ่งหมาย
กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์: เปิดโอกาสให้เด็กได้คิดค้นท่าเต้นใหม่ๆ และแสดงออกถึงจินตนาการของตนเอง
ส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหา: ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการที่ได้จากการทำกิจกรรมช่วยพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านอื่นๆ เพลงบางเพลงสามารถใช้เป็นสัญญาณเพื่อบอกให้เด็กๆ เตรียมพร้อมสำหรับกิจกรรมต่อไป ทำให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่นขึ้น
3. จังหวะและการเคลื่อนไหว
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับจังหวะ
พิชิต ภูติจันทร์ และธงชัย มาศสุพงศ์ (2531:
16) ได้ให้ความหมายคำว่า จังหวะ หมายถึง
อัตราความช้าเร็วในการเคลื่อนไหวซึ่งต้องเกี่ยวข้องกับเวลา
จังหวะเกิดขึ้นได้จากสิ่งต่อไปนี้ เช่น การตบมือ เคาะไม้ เคาะกะลา ตีกลอง ตีฉิ่ง
การนับ เป็นต้น
ดังนั้น
การเรียนรู้การเคลื่อนไหวประกอบจังหวะของเด็กจึงจำเป็นต้องฝึกหัดฟ๎งจังหวะเสียก่อน
จึงจะไปฝึกหัดการเคลื่อนไหวภายหลัง การฝึกให้เด็กหัดฟ๎งเพลง หรือดนตรี
เมื่อฟ๎งจังหวะออกแล้วให้หัดตบมือ เคาะมือ เคาะเท้ากับพื้น จากนั้นจึงค่อย ๆ
เพิ่มส่วนต่าง ๆ ของร่างกายให้เคลื่อนไหวไปพร้อมกับจังหวะ
โดยฝึกการเคลื่อนไหวของร่างกายที่อยู่กับที่ก่อน
เมื่อเคลื่อนไหวแบบอยู่กับที่แล้วจึงเริ่มฝึกการเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่ไปพร้อมกับจังหวะ
โดยเริ่มจากทักษะง่าย ๆ ก่อน เช่น การเดินพร้อมกับจังหวะ
วิธีการให้จังหวะแบ่งได้ 2
วิธี
1.1 การให้จังหวะแบบมีเสียง เช่น
ตบมือ เคาะไม้ ตีฉิ่ง ตีกรับ ตีกลอง เปุานกหวีด เคาะแทมบูรีน เป็นต้น
1.2 การให้จังหวะแบบไม่มีเสียง เช่น
การโบกมือซ้าย - ขวา โบกมือขึ้นลงเด็ก ๆ
จะต้องใช้สายตาดูที่มือของผู้นำจังหวะตลอดเวลา
เครื่องดนตรีที่ใช้ประกอบจังหวะการเคลื่อนไหว
1. แทมบูรีน ใช้เพื่อสร้างจังหวะที่สนุกสนานและสดชื่นในดนตรีหลากหลายประเภท ตั้งแต่ดนตรีคลาสสิก โฟล์ก ไปจนถึงป๊อป
2. กลอง เพื่อความบันเทิงและดนตรี ใช้บรรเลงจังหวะในเพลง ช่วยกำหนดจังหวะและสร้างความสนุกสนานในการแสดงดนตรี
3. ลูกแซ็ก ลูกแซคใช้เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเคาะจังหวะสำหรับเขย่าให้เกิดเสียง "ซ่าๆ" เพื่อประกอบจังหวะดนตรี สามารถใช้เป็นของเล่นเสริมพัฒนาการสำหรับเด็กเพื่อฝึกการฟัง การเคลื่อนไหว และกล้ามเนื้อมือ
4. กรับสเปนทให้จังหวะและกำกับจังหวะเพลง ใช้เคาะหรือกระทบกันเพื่อกำหนดจังหวะ ทำให้เพลงมีความชัดเจนและมีชีวิตชีวา
5. ไม้เคาะจังหวะ ไม้เคาะจังหวะ หรือ เมโทรนอม ใช้สำหรับ กำหนดความเร็วและรักษาจังหวะให้คงที่ ในการฝึกซ้อมและบรรเลงดนตรี โดยนักดนตรีสามารถใช้เพื่อฝึกซ้อมด้วยตนเอง
6. ระฆังจีน ให้จังหวะและสร้างเสียงประกอบดนตรี ใช้เคาะเพื่อให้จังหวะ เสริมความไพเราะและความคึกคักในการบรรเลงดนตรี
4.
กิจกรรมเคลื่อนไหวเบื้องตัน
กิจกรรมเคลื่อนไหวเบื้องต้นเหมาะสำหรับเด็กปฐมวัย
เน้นให้เด็กได้ขยับร่างกายอย่างอิสระ สนุก และปลอดภัย เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อ อารมณ์
สังคม และสติปัญญา เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมของเด็กปฐมวัย
เพื่อส่งเสริมสุขภาพพัฒนาการทางด้านร่างกาย
การเคลื่อนไหวเบื้องต้นของร่างกายโดยทั่วไปมี
2
ลักษณะ
คือการเคลื่อนไหวแบบอยู่กับที่และการเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่
1. การเคลื่อนไหวแบบอยู่กับที่ ใช้ส่วนต่างๆของร่างกายเคลื่อนไหวโดยที่ร่างกายอยู่กับที่ เช่น
การอ้าปาก หุบปาก การยกไหล่ขึ้นลง การกระพริบตา
เป็นต้น ส่วนท่าทางในการปฏิบัติภารกิจประจำวันและท่าทางที่ใช้ในการออกกำลังกาย
เล่นกีฬาโดยทั่วไป
2. การเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่
เป็นการเคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ได้แก่ การเดิน
การวิ่ง การกระโดดเขย่ง การกระโจน การกระโดดสลับเท้า
การสไลด์ การควบม้า
· จุดมุ่งหมาย
- เสริมพัฒนาการด้านร่างกาย (กล้ามเนื้อมัดใหญ่)
- เสริมการรับรู้ร่างกาย การทรงตัว และการประสานงาน
- สร้างความสนุก ความกล้าแสดงออก และวินัยพื้นฐาน
ประโยชน์การเคลื่อนไหวเบื้องต้นสำหรับเด็กปฐมวัย
1. ด้านร่างกาย • พัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ เช่น แขน ขา ลำตัว ส่งเสริมการทรงตัว ความคล่องแคล่ว และการประสานงานของร่างกาย เสริมสุขภาพให้แข็งแรง ลดพฤติกรรมนั่งนิ่งเป็นเวลานาน
2. ด้านอารมณ์–จิตใจ เด็กได้ปลดปล่อยพลังงานและความตึงเครียด สร้างความสนุกสนาน ความมั่นใจ และความกล้าแสดงออก • ส่งเสริมอารมณ์เชิงบวกและความภาคภูมิใจในตนเอง
3. ด้านสังคม ฝึกการเล่นร่วมกับผู้อื่น รอคอย แบ่งปัน และทำตามกติกา สร้างสัมพันธภาพที่ดีกับเพื่อนและครู เรียนรู้การเป็นผู้นำและผู้ตามในกิจกรรมกลุ่ม
4. ด้านสติปัญญา ฝึกการฟัง การคิด และการแก้ปัญหาจากคำสั่งหรือเกมการเคลื่อนไหว กระตุ้นจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์
หลักการจัดกิจกรรมการเคลื่อนไหว
1.
ปลอดภัยและเหมาะสมกับวัย พื้นที่เล่นต้อง
ปลอดภัย ไม่มีสิ่งกีดขวาง ลื่น หรืออันตราย กิจกรรมต้อง เหมาะสมตามพัฒนาการของเด็ก
ทั้งกล้ามเนื้อมัดใหญ่และมัดเล็ก อุปกรณ์ที่ใช้ควรมีความทนทานและเหมาะมือเด็ก
2.
สอดคล้องกับพัฒนาการเด็ก •กิจกรรมต้องส่งเสริม ความคล่องตัว การทรงตัว การประสานงานร่างกาย •
ปรับความยากง่ายให้เด็กสามารถทำได้ ไม่ยากเกินไป
3.
มีความสนุกและสร้างแรงจูงใจ ใช้ เพลง เรื่องราว เกม หรือสัตว์จำลอง
เพื่อดึงดูดความสนใจ
• ให้เด็กเคลื่อนไหวอย่าง อิสระและสนุกสนาน
5. สุนทรียะสำหรับเด็กปฐมวัย
ความหมายของสุนทรียะ
สุนทรียศึกษา หมายถึง การจัดการศึกษาที่มุ่งให้ผู้เรียนเกิดความสุนทรีย์
และพัฒนา ความไวในการรับรู้ความรู้สึกสุนทรีย์ที่มีอยู่ในตัวผู้เรียนให้สูงขึ้น
ด้วยการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ให้ความสำคัญกับการค้นพบอิสรภาพของตนเอง
ส่งเสริมประสบการณ์ที่ทำให้ผู้เรียนค้นพบแนวทาง ในการรับรู้ที่หลากหลาย
ส่งเสริมการใช้สติปัญญา จินตนาการ
และส่งเสริมพัฒนาการทางด้านอารมณ์และความรู้สึกให้สูงขึ้น จากการทำงานศิลปะทุกแขนง
พิจารณาคุณค่าของงานศิลปะ และ การได้สัมผัสกับความงดงามของธรรมชาติ
ประสบการณ์สุนทรียะสำหรับเด็กปฐมวัย
1) ในมุมมองของ Monroe
Beardsley กล่าวว่า ประสบการณ์สุนทรียะ เป็น “แก่นแท้ของความพอใจ” ซึ่งไม่ใช่เพียงภาวะของความรู้สึกดี
ตีว่าเป็นความพอใจที่ขับมาจากการมีประสบการณ์ที่ละเอียดอ่อน
และมีความรอบรู้ในงานศิลปะที่หลากหลายและโดดเด่น
2) ในมุมมองของ Harold
Osborne ประสบการณ์สุนทรียะ เป็น “การรับรู้คุณค่าที่มีอยู่เดิม” เป็นการรับรู้คุณค่าภายในของสิ่งนั้น
ความสามารถในการรับรู้ที่มีการกลั่นกรอง และพิจารณาอย่างระมัดระวัง
ในภาวะของสิ่งนั้น ๆ เป็นการตระหนักรู้ขั้นสูง ที่ทำให้บุคคลรู้สึกถึงความสำคัญ
3) ในมุมมองของ Nelson
Goodman ประสบการณ์สุนทรียะ เป็น “ความเข้าใจ” ที่มีความเป็นพลวัตร (หมุนเปลี่ยน และมีผลกระทบต่อเนื่อง) ที่ไม่หยุดนิ่ง
ที่สร้างให้เกิดความสัมพันธ์ที่ละเอียดอ่อน มีการแยกแยะแจกแจง การรับรู้ด้วยจิต
เพื่อที่จะชี้บ่งบอก หรือตีความสัญลักษณ์ การทำงานของปัญญา
4) ในมุมมองของ Eugene
Kaelin ประสบการณ์สุนทรียะ เป็น “ประสิทธิภาพที่มีอยู่ภายใน” เป็นความสามารถมองปรากฏการณ์ที่เป็นอยู่นั้น
โดยที่เน้นลงไปที่การสื่อสารอย่างเป็นอิสระในงานศิลปะ
บันทึกสะท้อนการเรียนรู้
1. ประเด็นการเรียนรู้ จากการเรียนรู้ในรายวิชาที่เกี่ยวข้องกับการจัดสุนทรียประสบการณ์ทางดนตรีและการเคลื่อนไหวสำหรับเด็กปฐมวัย ทำให้เข้าใจถึงความสำคัญของดนตรีและการเคลื่อนไหวในฐานะเครื่องมือสำคัญที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็กอย่างรอบด้าน ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา เด็กปฐมวัยเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสและการลงมือปฏิบัติจริง ดนตรีและการเคลื่อนไหวจึงเป็นสื่อที่ช่วยให้เด็กได้เรียนรู้อย่างเป็นธรรมชาติและเกิดความสุขในการเรียนรู้
2. ความรู้สึกต่อสิ่งที่เรียนรู้การจัดประสบการสุนทรียะทางดนตรีและการเคลื่อนไหวสำหรับเด็กปฐมวัย
ในการเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดประสบการณ์สุนทรียทางดนตรีและการเคลื่อนไหวสำหรับเด็กปฐมวัย เนื้อหามีความสำคัญและใกล้ตัวมากกว่าที่คิด เพราะดนตรีและการเคลื่อนไหวไม่ใช่เพียงกิจกรรมสนุกสนานเท่านั้น แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการทุกด้านของเด็ก ทั้งด้านภาษา ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ เมื่อได้เรียนรู้หลักการจัดกิจกรรม เช่น การเลือกเพลงที่เหมาะสมกับวัยการใช้จังหวะเพื่อพัฒนาการเคลื่อนไหว การสร้างบรรยากาศที่ปลอดภัยและเปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงออก ดนตรีทำให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านรู้สึก ความสุข ความเพลิดเพลิน และการลงมือทำจริง
3. สามารถนำความรู้ความเข้าใจไปใช้ในชีวิตประจำวันอย่างไร
1. ใช้ดนตรีช่วยสร้างบรรยากาศในชีวิตประจำวัน ขณะเด็กทำกิจกรรม
2. ใช้เพลงและจังหวะช่วยจัดระเบียบพฤติกรรมดนตรีช่วยให้เด็กเข้าใจเวลาและกิจกรรม เช่น ใช้เพลงสั้นๆ เป็นสัญญาณให้เด็กเก็บของ
3. ส่งเสริมการเคลื่อนไหวผ่านกิจกรรมง่ายๆ สามารถชวนเด็กเต้น เดินตามจังหวะหรือเลียนแบบท่าทางประกอบเพลงช่วยพัฒนากล้ามเนื้อ การทรงตัว
เอกสารอ้างอิง
ดวงพร ศิริสมบัติ. กิจกรรมเข้าจังหวะ. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์โอเดียร์สโตร์,2539.
ที่มา: https://sites.google.com/site/sawitreekaewruk/article
ที่มา: ไพวัน เพลิดพราว. (2559). การเคลื่อนไหวเบื้องต้น. อุดรธานี: คณะศึกษาศาสตร์ สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตอุดรธานี. [ออนไลน์].
เข้าถึงได้จาก : http://www.edipeud.com/research/resh1.pdf สืบค้น 16 กรกฎาคม 2563.

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น