สรุปกิจกรรม นิทานน้องต้นกล้ากับผักวิเศษ

                 สรุปการจัดกิจกรรม   นิทานน้องต้นกล้ากับผักวิเศษ


วัตถุประสงค์

  • เพื่อให้เด็กได้ฟังนิทานและเข้าใจเนื้อเรื่องได้ตามวัย
  • รู้จักประโยชน์ของผัก และเกิดเจตคติที่ดีต่อการรับประทานผัก
  • กล้าแสดงออก แสดงความคิดและความรู้สึกจากนิทาน
  • มีสมาธิในการฟัง และปฏิบัติตามข้อตกลงของห้องเรียน

อุปกรณ์ / สื่อการเรียนรู้
  • นิทานเรื่อง “น้องต้นกล้ากับผักวิเศษ”
  • รูปภาพผักชนิดต่าง ๆ
  • เพลงเกี่ยวกับผัก (เสริมกิจกรรม)

เพลง “ กินผักผลไม้”

                กินผักผลไม้  ทำให้แข็งแรง
                   แก้มก็แดงน่ารักนักหนา
              เป็ด ไก่ ไข่ นม เนื้อหมู ปู ปลา
             กินแล้วแก้วกล้า กล้าเติบโตว่องไว   

ขั้นนำ

1.คุณครูและนักเรียนทักทายสวัสดีและเริ่มสนทนาถึงกิจกรรมการเล่านิทานน้องต้นกล้ากับผักวิเศษ

2. คุณครูร้องเพลงให้เด็กฟัง ๆ เพื่อให้เด็กๆ ได้ฝึกทักษะการฟัง

3. คุณครูสาธิตการทำท่าทางประกอบเพลงให้เด็กดู 


ขั้นสอน

1.คุณครูให้เด็กยืนขึ้น และทำท่าประกอบเพลงไปพร้อม ๆ กัน

2. คุณครูและเด็กได้ร้องเพลงและทำท่าประกอบเพลงไปพร้อมกัน 1 รอบก่อนเริ่มเข้าสู้กิจกรรมการเล่านิทาน

3. คุณครูเริ่มเล่านิทานให้เด็ก ๆ ฟัง ตั้งแต่ต้นจนจบให้เด็กได้มีสมาธิใจจดจ่อ กับการฟังนิทาน

ขั้นสรุป

1.คุณครูและเด็กสนทนาถึงการทำกิจกรรมว่าเด็กมีความรู้สึกอย่างไร

2. ถามถึงประโยชน์ของผัก เช่น แครอทมีสีอะไร ผักบุ้งมีสีอะไร ผักบุ้งกินแล้วทำให้ร่างกายเป็นอย่างไร ให้เด็ก ๆ ช่วยกันแสดงความคิดเห็น


สังเกตพฤติกรรม

นักเรียนหญิงจำนวน 4 คน

  1. น้องไอริณ อายุ 4 ขวบ
  2. น้องเพลงพิณ อายุ 5 ขวบ
  3. น้องใบข้าว อายุ 5 ขวบ
  4. น้องมิริน อายุ 2 ขวบ


การส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยทั้ง 4 ด้าน

1. ด้านร่างกาย

เด็กได้เคลื่อนไหวร่างกายประกอบเพลงและท่าทางจากนิทาน เช่น การทำท่าทางแข็งแรง ร่าเริง ส่งผลให้กล้ามเนื้อมัดใหญ่แข็งแรง

 และเด็กเรียนรู้การดูแลสุขภาพตนเองผ่านการรับประทานผักและผลไม้ที่มีประโยชน์

2. ด้านอารมณ์และจิตใจ

เด็กมีความสุข สนุกสนานจากการฟังนิทานและร้องเพลง เกิดความภาคภูมิใจเมื่อได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม กล้าแสดงออก แสดงความ

รู้สึก และมีสมาธิในการร่วมกิจกรรมจนจบ

3. ด้านสังคม

เด็กเรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่น การนั่งฟังตามข้อตกลง การรอคอย การแบ่งปัน และการทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน ครู และผู้อื่นอย่าง

เหมาะสม มีน้ำใจ 

4. ด้านสติปัญญา

เด็กได้ฝึกการฟัง คิด วิเคราะห์ และจดจำเรื่องราวจากนิทาน สามารถตอบคำถามบอกเหตุการณ์ และเชื่อมโยงความรู้จากนิทานกับ

ชีวิตประจำวัน เช่น การเลือกกินผักผลไม้เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง

ประสบการณ์สุนทรียภาพ บทบาทของครู

  1. ผู้ออกแบบประสบการณ์ จัดกิจกรรมด้านศิลปะ ดนตรี การเคลื่อนไหว ให้เด็กได้สัมผัสความงามอย่างหลากหลาย
  2. ผู้กระตุ้นและชี้แนะ ตั้งคำถาม ชวนเด็กสังเกต รู้สึก และแสดงออกอย่างอิสระ
  3. ผู้เปิดโอกาส ให้เด็กได้เลือก สร้างสรรค์ และแสดงความรู้สึกตามแบบของตนเอง
  4. ผู้เป็นแบบอย่าง แสดงท่าทีชื่นชมความงาม มีอารมณ์ร่วม และเห็นคุณค่าในผลงานเด็ก
  5. ผู้สนับสนุนบรรยากาศ สร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย อบอุ่น เอื้อต่อการรับรู้สุนทรียภาพ
การพูดที่เหมาะสมในการจัดกิจกรรมสุนทรียภาพ

การพูดที่เหมาะสมในการจัดกิจกรรมสุนทรียภาพ (กิจกรรมที่เน้นความงาม ความรู้สึก ศิลปะ
ดนตรี หรือการพัฒนาจิตใจ) ควรเป็นการพูดที่สุภาพ อ่อนโยน สร้างบรรยากาศผ่อนคลาย และเปิด
โอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้แสดงออกอย่างอิสระ โดยมีแนวทางดังนี้
1. ใช้น้ําเสียงนุ่มนวล ชัดเจน
• พูดช้า ๆ ไม่เร่งรีบ
• ใช้น้ําเสียงอบอุ่น เป็นกันเอง
• หลีกเลี่ยงคําพูดที่กดดันหรือสั่งการมากเกินไป
2. กระตุ้นการคิดและความรู้สึกอย่างอิสระ
• ใช้คําถามปลายเปิด
• ไม่ตัดสินว่าถูกหรือผิด
3. สร้างบรรยากาศปลอดภัย
• ย้ําว่าทุกความคิดเห็นมีคุณค่า
4. สรุปกิจกรรมอย่างอบอุ่น
• ทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้หรือความรู้สึกที่เกิดขึ้น
• ขอบคุณผู้เข้าร่วม


ภาพกิจกรรม



คลิปการจัดกิจกรรม



1) ลักษณะเด่นของงาน Final Project และความภาคภูมิใจในผลงาน

ลักษณะเด่นของงาน

  • สอดแทรกข้อคิดเกี่ยวกับประโยชน์ของผัก สุขภาพ และการดูแลตนเอง

  • ใช้เทคนิคการเล่านิทาน เช่น น้ำเสียง สีหน้า ท่าทาง และสื่อประกอบ (ภาพ/อุปกรณ์) เพื่อดึงดูดความสนใจ

  • เปิดโอกาสให้เด็กมีส่วนร่วม เช่น การถามคำถาม การให้เด็กทายตอนจบ หรือแสดงความคิดเห็น

ความภาคภูมิใจและการให้คุณค่าของงาน

  • ภูมิใจที่เห็นเด็กมีความสนใจ ตั้งใจฟัง และกล้าแสดงความคิดเห็น

  • งานนี้มีคุณค่าเพราะช่วยปลูกฝังพฤติกรรมที่ดีด้านสุขภาพตั้งแต่วัยเด็ก

  • สามารถถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับนิทานได้อย่างดี ทำให้เด็กๆได้เรียนรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของผัก

2) สิ่งที่สมาชิกในกลุ่มได้เรียนรู้ และการนำไปประยุกต์ใช้

ด้านความรู้ (Knowledge)

  • ได้เรียนรู้พัฒนาการของเด็ก และวิธีสื่อสารให้เหมาะสมกับวัย

  • เข้าใจความสำคัญของโภชนาการและการส่งเสริมพฤติกรรมการกินผัก

ด้านทักษะ (Skills)

  • ทักษะการเล่านิทานอย่างสร้างสรรค์ (การใช้น้ำเสียง สีหน้า ท่าทาง)

  • ทักษะการสื่อสารกับเด็กและการควบคุมชั้นเรียน

  • ทักษะการทำงานเป็นทีม แบ่งหน้าที่กันชัดเจน

  • ทักษะการวางแผนและเตรียมกิจกรรมให้เหมาะสมกับเวลา

ด้านเจตคติ (Attitude)

  • มีความอดทนและเข้าใจธรรมชาติของเด็กมากขึ้น

  • มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเอง

  • เห็นความสำคัญของการปลูกฝังพฤติกรรมที่ดีตั้งแต่วัยเด็ก

การนำความรู้มาประยุกต์ใช้จนงานประสบความสำเร็จ

  • นำความรู้เรื่องพัฒนาการเด็กมาปรับเนื้อหาให้เหมาะสม

  • ใช้เทคนิคการเล่านิทานเพื่อดึงดูดความสนใจ

  • ประชุมวางแผนและซ้อมการเล่าก่อนลงพื้นที่จริง

สิ่งที่ต้องการพัฒนาและต่อยอดในอนาคต

  • พัฒนาทักษะการใช้สื่อ เช่น หุ่นมือ หนังสือนิทานภาพ หรือสื่อดิจิทัล

  • เพิ่มกิจกรรมต่อยอดหลังการเล่านิทาน เช่น เกมหรือกิจกรรมศิลปะเกี่ยวกับผัก

  • ศึกษาวิธีประเมินผลพฤติกรรมเด็กอย่างเป็นระบบ

สมาชิก บทบาทหน้าที่

1นางสาวกัญญาณัฐ กล้าแข็ง  102 หานิทานและเพลง ท่าประกอบเพลงและถ่ายคลิป

2. นางสาวพิชญธิดา องอาจ     103 เป็นนักเรียนและตัดต่อคลิป

3. นางสาวสิราวรรณ รันละติยา  112 จัดทำรายงานและเป็นผู้ช่วยครู

4. นางสาวขนิษฐา ทะวงดี        120 คุณครู จัดทำรายงาน สรุปกิจกรรม

5. นางสาวฐิติชญา กำลังรัมย์    121 ผู้ช่วยครู สรุปกิจกรรม

ความคิดเห็น